184 จำนวนผู้เข้าชม |
วิธีคำนวณขนาดโซล่าเซลล์ง่ายๆ ใช้ไฟเท่านี้ ติดกี่แผงถึงจะคุ้มที่สุด
ในยุคที่ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์ (Solar Rooftop) กลายเป็นทางเลือกที่เจ้าของบ้านให้ความสนใจมากขึ้น แต่หลายคนยังสับสนว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ใช้ไฟขนาดนี้ต้องติดกี่กิโลวัตต์ ต้องใช้กี่แผง ถึงจะช่วยลดค่าไฟได้จริง และคืนทุนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
บทความนี้จะพาคุณคำนวณแบบทีละขั้นตอน สามารถทำได้เอง ไม่ต้องเป็นวิศวกรก็เลือกขนาดโซล่าเซลล์ได้ถูกต้องสำหรับบ้านของตัวเอง
โซล่าเซลล์คือการ “ผลิตไฟใช้เอง” เพื่อลดการซื้อไฟจากการไฟฟ้า
แทนที่จะซื้อไฟจากการไฟฟ้าทั้งหมด ระบบโซล่าเซลล์ช่วยให้คุณผลิตไฟใช้ในช่วงกลางวัน ทำให้ค่าไฟลดลงทันที โดยเฉพาะบ้านที่เปิดแอร์ ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ ปั๊มน้ำ กล้องวงจรปิด และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ตลอดช่วงกลางวัน
หากเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย โซล่าเซลล์คือการซื้อ “ไฟล่วงหน้า” สำหรับ 20 ปีข้างหน้า ซึ่งหลังจุดคุ้มทุน จะถือว่าได้ใช้ไฟฟรีไปเรื่อยๆ
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนคำนวณขนาดระบบ
หนึ่ง ค่าไฟฟ้าล่าสุดเฉลี่ยต่อเดือน
สอง ใช้ไฟช่วงกลางวันเยอะหรือไม่
สาม ประเภทหลังคาและพื้นที่รับแสงแดด
สี่ งบประมาณที่ตั้งไว้โดยประมาณ
ห้า เป้าหมาย เช่น ลดค่าไฟ 50% หรือ 100%
การรู้ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การคำนวณแม่นยำและลดความผิดพลาด
สูตรคำนวณขนาดระบบแบบเข้าใจง่าย
มีสูตรพื้นฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมอยู่แล้ว คือ
ขนาดระบบที่ต้องติดตั้ง (กิโลวัตต์ หรือ kW)
เท่ากับ ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน หารด้วย 1,000 แล้วคูณด้วย 0.6
หรือเขียนในรูปแบบง่ายๆ
ขนาดระบบ kW ≈ (ค่าไฟรายเดือน ÷ 1,000) × 0.6
ทำไมต้องคูณ 0.6 เพราะโดยทั่วไป ไฟฟ้าจากระบบโซล่าเซลล์ช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ หากติดตั้ง On-Grid แบบไม่มีแบตเตอรี่ และใช้งานไฟช่วงกลางวันเป็นหลัก
ตัวอย่างที่ 1
ค่าไฟเดือนละ 3,000 บาท
คำนวณได้ 3,000 ÷ 1,000 × 0.6 = 1.8 kW
ดังนั้นควรติดตั้งระบบประมาณ 2 kW เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน
ตัวอย่างที่ 2
ค่าไฟเดือนละ 5,000 บาท
คำนวณได้ 5 kW × 0.6 = 3 kW
แต่เพื่อให้รองรับการใช้งานจริง ควรขยับเป็น 4 ถึง 5 kW
ถ้าอยากลดค่าไฟให้ได้ 80 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องเพิ่มขนาดระบบให้มากขึ้นตามสัดส่วน
โซล่าเซลล์กี่แผงถึงจะได้ 1 kW
ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่ในตลาดไทยมีขนาดอยู่ระหว่าง 450 ถึง 560 วัตต์ต่อแผง
เฉลี่ยทั่วไป ใช้ประมาณ 2 แผงต่อ 1 kW
ดังนั้น
ระบบ 3 kW ใช้ประมาณ 6 แผง
ระบบ 5 kW ใช้ประมาณ 10 แผง
ระบบ 10 kW ใช้ประมาณ 20 แผง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแผงที่เลือกใช้ด้วย หากเลือกแผงกำลังสูง ก็ใช้จำนวนแผงน้อยลง ประหยัดพื้นที่มากขึ้น
การวิเคราะห์จากเครื่องใช้ไฟฟ้าจริงในบ้าน
อีกหนึ่งวิธีการประเมินที่แม่นยำ คือดูโหลดไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน เช่น
เครื่องปรับอากาศตัวแรก 1200 วัตต์ ใช้วันละ 8 ชั่วโมง
เพิ่มอีกตัว 900 วัตต์ ใช้วันละ 6 ชั่วโมง
ตู้เย็น 150 วัตต์ ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง
คอมพิวเตอร์ 300 วัตต์ ทำงาน 10 ชั่วโมง
อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ทีวี ปั๊มน้ำ รวม 300 วัตต์
เมื่อนำตัวเลขของอุปกรณ์ที่ใช้ไฟช่วงกลางวันรวมกัน จะเห็นกำลังไฟเฉลี่ยอย่างน้อย 2,500 ถึง 3,500 วัตต์ ระหว่างเวลา 09.00 ถึง 17.00 นาฬิกา
ในกรณีนี้ ขนาดระบบที่เหมาะสมคือ 3 ถึง 5 kW เพื่อให้ไฟที่ผลิตได้ครอบคลุมการใช้งานจริงตลอดวัน
คำนึงถึงปัจจัยแสงแดดเฉลี่ยในประเทศไทย
ประเทศไทยมีความได้เปรียบเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ ระดับรังสีดวงอาทิตย์เฉลี่ยสูงระดับโลก ทำให้ระบบโซลาร์เซลล์ใช้งานได้คุ้มค่า
โดยทั่วไปในไทย
ระบบโซล่า 1 kW สามารถผลิตไฟได้ประมาณ 4 ถึง 5 หน่วยต่อวัน
หรือเดือนละ 120 ถึง 150 หน่วยต่อเดือน
ถ้าคุณต้องการลดค่าไฟเดือนละประมาณ 3,000 บาท ควรมีระบบที่ผลิตได้เดือนละ 300 ถึง 350 หน่วย
ดังนั้นควรติดตั้งอย่างน้อย 2.5 ถึง 3 kW ขึ้นไป
ถ้าติดตั้งโซล่าแล้ว ผลิตไฟเกิน จะเป็นอย่างไร
หนึ่ง ใช้เองได้ก่อนเป็นอันดับแรก
สอง หากเหลือ สามารถส่งเข้าระบบการไฟฟ้าได้หากบ้านได้รับอนุญาตตามมาตรการนำไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ
สาม หากไม่มีนโยบายรับซื้อไฟ อาจต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวันให้มากขึ้น เพื่อลดความสูญเสีย
ดังนั้น การออกแบบระบบโซล่าเซลล์ควรสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ไฟในบ้านเป็นหลัก
การเลือกตำแหน่งติดตั้งหลังคาที่ดีที่สุด
หลังคาควรรับแสงเต็มที่และไม่ถูกบังเงา
หันหน้าทางทิศใต้ รับแสงสม่ำเสมอทั้งวัน
ทิศตะวันออก รับแสงช่วงเช้าเยอะ
ทิศตะวันตก รับแสงช่วงบ่ายมาก
หากบ้านมีต้นไม้ใหญ่หรืออาคารข้างบ้านบังแสง ควรปรับตำแหน่งหรือเพิ่มจำนวนแผงให้เหมาะสม
งบประมาณโดยประมาณการติดตั้งโซลารูฟสำหรับบ้าน
ราคาค่าติดตั้งขึ้นอยู่กับยี่ห้ออุปกรณ์ คุณภาพแผง วิธีติดตั้ง และการรับประกัน
โดยทั่วไป ปี 2025 มีราคาประมาณดังนี้
ระบบ 3 kW ราคาประมาณ 150,000 ถึง 200,000 บาท
ระบบ 5 kW ราคาประมาณ 220,000 ถึง 260,000 บาท
ระบบ 10 kW ราคาประมาณ 380,000 ถึง 450,000 บาท
ระบบที่ใหญ่ขึ้นจะคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับค่าไฟที่ลดลงได้ต่อเดือน
ระยะเวลาคืนทุนของโซล่าเซลล์
โดยเฉลี่ย 3 ถึง 5 ปีหากบ้านใช้ไฟในช่วงกลางวันเยอะ
ถ้าใช้ไฟน้อย หรือใช้ในช่วงกลางคืนเป็นหลัก อาจคืนทุน 6 ถึง 8 ปี
หลังจากจุดคุ้มทุน จะถือว่าได้ไฟฟ้าฟรียาวนานกว่า 15 ปีขึ้นไป
เพราะแผงโซล่าเซลล์มีอายุใช้งานเฉลี่ยกว่า 25 ปี
เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์
ประเมินพฤติกรรมใช้ไฟในบ้าน
ประเมินงบประมาณและเป้าหมายลดไฟ
ตรวจสอบโครงสร้างหลังคาว่ารับน้ำหนักได้
เลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน มีใบรับประกันจริง
เลือกทีมติดตั้งที่มีผลงานอ้างอิงชัดเจน
ทดสอบระบบก่อนส่งมอบ และมีแอปติดตามผลผลิตไฟฟ้า
สรุปแบบเข้าใจง่าย
ถ้าค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาทขึ้นไป ระบบโซล่าเซลล์จะช่วยลดได้มาก
โดยทั่วไปบ้านขนาดกลางควรใช้ระบบ 3 ถึง 5 kW หรือประมาณ 6 ถึง 12 แผง
สามารถคำนวณง่ายๆ จากค่าไฟรายเดือนหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ช่วงกลางวัน
คืนทุนเฉลี่ยภายใน 3 ถึง 5 ปี และหลังจากนั้นใช้งานไฟฟรียาวนาน
ดังนั้น การติดตั้งโซล่าเซลล์ถือเป็นการลงทุนพลังงานที่คุ้มค่ามาก สำหรับบ้านที่ต้องการลดภาระค่าไฟในระยะยาว
Meta Title
วิธีคำนวณขนาดโซล่าเซลล์ง่ายๆ ใช้ไฟเท่านี้ ติดกี่แผงถึงจะคุ้ม
Meta Description
คู่มือคำนวณขนาดโซล่าเซลล์สำหรับบ้าน ทำเองได้ง่าย ใช้ไฟเท่านี้ควรติดกี่กิโลวัตต์ กี่แผง คืนทุนเร็ว ลดค่าไฟยาวนาน เหมาะกับบ้านไทยปี 2025
SEO Tags
คำนวณโซล่าเซลล์, ขนาดโซล่าเซลล์, ประหยัดค่าไฟ, Solar Rooftop, ระบบโซล่าเซลล์บ้าน, ติดตั้งโซล่าเซลล์, Solar ROI, พลังงานแสงอาทิตย์, ลดค่าไฟบ้าน